หัวข้อที่น่าสนใจ
- ขอบวชเป็นพระภิกษุ
- คู่มือพระบวชใหม่
- ขอบวชเนกขัมมะ
- ตารางงานบวชเนกขัมมะ
- ขอบวชเป็นชี
- ขอเข้าอบรมค่ายคุณธรรม
- หนังสือธรรมะ - CD, Tape ธรรมะ
- แนวทางปฏิบัติธรรม
- วิธีการฝึกอาณาปานสติ
- วิธีฝึกอิริยาบถนั่ง
- วิธีฝึกอิริยาบถยืน
- วิธีฝึกอิริยาบถเดิน
- วิธีฝึกอิริยาบถนอน
- วิธีฝึกอิริยาบถย่อย
ข้อมูลวัดไทรงาม
- พระครูภาวนานุศาสก์
- คติธรรมสอนใจพระครูฯ
- ประวัติการสร้างวัดไทรงาม
- พระสังฆาธิการ
- พระวิทยากร
- สาขาวัดไทรงาม
- วิหารธมฺมธโรนุสรณ์
- เส้นทางบิณฑบาตประจำ
- โรงเรียนพระปริยัติธรรม
- งานประจำปี
- งานวันวิสาขบูชารำลึก
- งานทอดกฐินประจำปี
- งานบวชเนกขัมมะสงกรานต์
- งานวันสำคัญทางพุทธศาสนา
ภาพวัดไทรงาม
- ภาพละสังขาร
- ภาพบริเวณวัด
- ภาพต้นสาละ
- ภาพพระอุโบสถ
- ภาพศาลาปฏิบัติธรรม
- ภาพศาลา ๘๔ ปี
- ภาพวิหารพุทธมารดา
- ภาพถ้ำและป่าไทร
- ภาพศพสต๊าฟ
- ภาพศพอสุภกัมมัฏฐาน
ข้อมูลทั่วไป
- ดาวน์โหลดธรรมะทั่วไป
- ลิ้งค์เว็บวัดในและต่างประเทศ
- พจนานุกรมพุทธศาสน์
- รายการปริวาสกรรมทั่วประเทศ
- สถานที่ปฏิบัติธรรมทั่วประเทศ
- พระราชบัญญัติคณะสงฆ์
- พุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๑
- มหาสติปัฏฐานสูตร
- อานาปานสติสูตร
- เสียงสวดปารมี ๓๐ ทัส
- เสียงสวดปารมี ๓๐ ทัส(2) |
|
วิธีกำหนดอานาปานสติเบื้องต้น คือ ให้นักปฏิบัติธรรมนั่งขัดสมาธิ หรือนั่งพับเพียบ
เมื่อนั่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ตั้งใจสูดลมหายใจเข้าให้เต็มท้อง เมื่อลมหายใจเข้าไปอยู่จนเต็มแล้วให้ตั้งสติไว้ที่ปลายจมูก
หรือใต้เพดานทั้งสองข้าง เมื่อตั้งสติเป็นที่เรียบร้อยแล้วให้ปล่อยลมหายใจในท้องออกมาทีละนิด
ๆ ค่อย ๆ ปล่อยลมออกมาจนหมด
แล้วก็ให้สูดเข้าไปใหม่จนเต็มท้องอีกแล้วก็ค่อยๆปล่อยออกมาทีละนิด ๆ ทำอยู่เช่นนี้ประมาณ
3-4 นาที หรือ 5-10 นาที จากนั้นจิตก็จะสงบในทันใด หากยังไม่สงบก็ให้ทำต่อไปเรื่อย
ๆ ขณะเมื่อสูดลมหายใจเข้าก็ดีหายใจออกก็ดี ไม่ต้องบริกรรม หรือภาวนาใด ๆ ทั้งสิ้น
และไม่ต้องดูว่านี่ลมหายใจเข้าหรือนี่ลมหายใจออก เพราะจะทำให้จิตไปติดลมหายใจเข้า-ออก
จะเกิดเป็น 2 อารมณ์ การติดในลมหายใจเข้าออก จะทำให้ไม่เห็นสภาวธรรมที่เกิดขึ้นซึ่งเป็นเครื่องปิดกั้นอารมณ์วิปัสสนา
เมื่อกำหนดดูลมหายใจเข้า-ออก พอควรแล้วก็ให้หยุดหายใจอยู่นิดหนึ่ง แล้วก็เอาสติตั้งไว้ที่นาสิก
คือ บริเวณปลายจมูกทั้งสองข้าง (ดูภาพประกอบ) เพื่อกำหนดดูการเกิดดับของฆานสัมผัส
หรือฆานวิญญาณ การเจริญวิปัสสนานักปฏิบัติต้องแยกอารมณ์ของสมถะและวิปัสสนาให้ออก
และต้องรู้ว่าจมูกของเรามีกี่ครอง ขณะเมื่อเราได้หยุดลมหายใจ แต่มิใช่กลั้นลมหายใจ
แล้วต้องสติไว้ที่นาสิกใช้ญาณสอดส่องดูภายในของนาสิก
วางใจเป็นกลาง ๆ ไม่เพ่ง ไม่บังคับจิต
จะเห็นสภาวะธรรมเกิดดับคือการเกิดดับของวิญญาณหรือขันธ์ 5 ที่นาสิกนั้น ความรู้สึกเกิดดับนี้มีลักษณะวิ๊บ
ๆๆๆ ระยิบ
ระยับ
คล้ายพยับแดดในเวลาอากาศร้อนจัด ๆ หรือเหมือนเม็ดสโนว์ในจอโทรทัศน์เวลาภาพไม่ติด
ซึ่งเป็นเม็ดเล็ก ๆ เกิดดับระยิบระยับ ๆๆ ขณะเมื่อนักปฏิบัติกำหนดเห็นการเกิดดับเช่นนี้
แล้วก็ให้ประคองจิตไว้เป็นกลาง ๆ ไม่ให้บังคับจิต และไม่ต้องอยากเห็น เมื่อขณะเห็นอยู่นั้นถ้านักปฏิบัติไปบังคับจิตเพื่ออยากเห็นก็จะไม่เห็นเลย
ดังนั้นให้ดูไปตามธรรมชาติ ในการกำหนดความรู้สึกเกิดดับที่นาสิกบางท่านอาจจะไม่เข้าใจ
ผู้ปฏิบัติแบบอื่น ๆ มาแล้วก็อาจพอทำได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับการวางจิตให้ถูก ถ้าวางจิตไม่ถูกก็จะไม่เห็นสภาวะธรรม
หลังจากกำหนดที่นาสิกได้แล้วก็ให้น้อมไปดูที่มโนสัมผัส ( ดูภาพประกอบ
) 
ที่ตั้งของมโนสัมผัสอยู่ตรงกลางระหว่างทางเข้าภายในปอดทั้งสองข้าง หรือบริเวณหัวใจเต้นทั้งซ้าย-ขวา
ตามปกติหัวใจอยู่แถบซ้าย แต่วิถีจิตแบ่งเป็น 4 ครอง หรือ 4 ช่องทาง คือเข้าภายใน
2 และออกภายนอก 2 โดยแบ่งซีกอวัยวะของกายข้างละ 2 รวมเป็น 4 ซึ่งจมูกของเราแบ่งเป็น
4 ครองเช่นกันคือ ช่องลมหายใจเข้ามี 2 ข้าง (ซ้าย-ขวา) และช่องลมหายใจออกมี
2 (ซ้าย-ขวา) ช่องทางออกของวิญญาณซึ่งมีเส้นประสาทของจมูกที่มีอยู่ทั้งสองข้างเช่นกัน
การกำหนดวิปัสสนาต้องกำหนดที่นาสิกหรือที่เพดานจมูก เห็นการเกิดดับและความรู้สึกที่เป็นปรมัตถธรรมอยู่ภายในเท่านั้น
การกำหนดที่มโนสัมผัส เมื่อนักปฏิบัติกำหนดที่นาสิกได้แล้ว ก็จะเห็นการเกิดดับที่มโนสัมผัสพร้อมกัน
โดยจะเห็นการแบ่งการเกิดดับทีละข้าง คือ ที่นาสิกเกิดดับข้างซ้าย และที่มโนสัมผัสข้างซ้ายจะเกิดดับพร้อมกัน
มีลักษณะเหมือนกัน ส่วนข้างขวาก็เช่นเดียวกัน การเจริญอานาปานสตินี้ ไม่เหมาะกับนักปฏิบัติเริ่มต้นฝึกหัดใหม่
ควรแก่ผู้ที่จิตตั้งมั่นดีแล้ว ฉะนั้นดังที่กล่าวมา คือการกำหนดที่นาสิก หากว่ายังทำไม่ได้ก็ให้มากำหนดการคู้แขนเข้า
เหยียดแขนออก หรือยกมือขึ้น-ลง ซึ่งแสดงไว้ภาคปฏิบัติในอิริยาบถ 4 ต่อไป. |